ท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชนเขียนเว็บไว้หลายเว็บพอสมควร ในเว็บ tanchor.net ท่านเขียนเรื่อง “พระบิดาสวรรค์”
ไว้ดังนี้
|
พระผู้เป็นเจ้า, พระบรมบิดา, พระบิดาสวรรค์, สมเด็จพ่อองค์ปฐม พระนามทั้งหมดนี้
คือ...เทพเจ้าองค์เดียวกัน
ต้นกำเนิด...แห่งดวงจิตสรรพชีวิตทั้งปวงในโลก
|
ขอให้ผู้อ่านดูคำศัพท์ที่ท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชนเอามาใช้ “พระผู้เป็นเจ้า, พระบรมบิดา, พระบิดาสวรรค์, สมเด็จพ่อองค์ปฐม”
คำศัพท์เหล่านี้ เอามาใช้ทำไม
ศัพท์ที่ใช้กันในพระไตรปิฏก
อรรถกถา ฏีกา อนุฏีกา และของนักวิชาการไม่พอใจหรือไง แล้วคำว่า “พระผู้เป็นเจ้า, พระบรมบิดา, พระบิดาสวรรค์” มันเป็นคำของศาสนาคริสต์
ศาสนาคริสต์นั้น เมื่อขึ้นสวรรค์แล้วก็จะอยู่ตลอดไป
คล้ายกับนิพพานของศาสนาพุทธ
ดังนั้น
พระบิดาสวรรค์ของศาสนาคริตส์จึงหมายถึงพระผู้เป็นเจ้าได้ แต่สวรรค์ของศาสนาพุทธนั้น เป็นที่อยู่ สำหรับคนทำความดีในระดับต่ำสุดเท่านั้น
|
"ลูกรักของพ่อทั้งหลาย นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เจ้าผู้ได้รับสัญญาณความรู้ของพ่อพระผู้สร้างอยู่ในขณะนี้หรือจากในสถานที่
ต่างๆ...นั่นคือสื่อสัญญาณ จากจิตของพ่อ
อันเป็นสัญญาณ แห่งความรัก ความปรารถนาดี จากพ่อผู้ให้กำเนิด
แห่งดวงจิตสรรพชีวิตทั้งปวง...
พ่อได้ถ่ายทอดสัญญาณความรู้ ลงมายังลูกๆที่ได้อาศัยอยู่โลกสมมุตินี้
|
ข้อความนี้ก็คำสอนของศาสนาคริสต์อีก
พระผู้เป็นเจ้าของศาสนาคริสต์
ท่านจะ “สื่อสัญญาณ” มายังสาวก แต่ศาสนาพุทธต้องปฏิบัติธรรมจึงจะมีวิชชา
และไปถามพระพุทธเจ้าได้
|
พวกเจ้าที่ได้สัญญาณความรู้นี้แล้ว จงนำไปปรับปรุง แก้ไข
เพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจ และความเป็นอยู่ของพวกเจ้า...
ผู้ที่ยังหลงเวียนวน..เวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ห้วงมหาสมุทรแห่งน้ำตา
อันเกิดจากความทุกข์ในการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างไม่รู้จักจบสิ้น
ในหนทางแห่งภพชาติของชีวิตที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับสลายไปในที่สุด...
บัดนี้ พ่อผู้ให้กำเนิดดวงจิตชีวิตของพวกเจ้า ได้มีความปรารถนา
ที่จะให้พวกเจ้าได้พ้นจาก สภาพแห่งความทุกข์ทั้งปวง
พ่อจึงส่งกระแสสัญญาณความรู้ ที่เป็นไปตามความจริง
ที่หวังเพียงว่า พวกเจ้าที่ได้อ่านตำราของคนที่เขียนขึ้นมา โดยใช้สัญญาณสื่อสมมุติว่า
ท่านช
ขอพวกเจ้าจงนำสัญญาณความรู้เหล่านี้เข้าสู่จิตสู่ใจของพวกเจ้า...แล้ว
จงนำพาจิตของพวกเจ้า...ให้ได้กลับคืนสู่แดนทิพย์อมตะสุขสวรรค์นิรันดรในชาติ
นี้นะลูกรักทั้งหลาย...
|
ตรงนี้
ท่าน ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน ตั้งใจจะหลอกแดกประชาชนจริงๆ ทำไมพระผู้เป็นเจ้าต้องเลือกท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชนด้วย
เรื่องของเรื่องก็คือ
ท่าน ท่าน ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน คิดขึ้นมาเอง หาทางหลอกแดกประชาชนอย่าง “แดกด่วน”
เพราะยุคนี้คนไทยชอบอย่างนี้
|
อีกไม่นาน ร่างกายจอมปลอมของพวกเจ้า
ที่มันมีสภาพเสื่อมโทรมไปทุกๆ วัน
ร่างกายของพวกเจ้ามันดำเนินขั้นตอนของมันไปตามธรรมชาติ ต้องแก่
ต้องเจ็บ ต้องตายไปในที่สุด
พวกเจ้าจงอย่าลุ่มหลงกับการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไปนะลูก
|
ตรงนี้
ท่าน ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน เอาความรู้ของศาสนาพุทธมาใส่เพราะคนไทยคุ้นเคยกันดี
และไม่ใช่ความรู้ใหม่แต่อย่างใด
คนไทยรู้และเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดกันมานานแล้ว
ความรู้เรื่องอยู่ทั่วไปหมดในสังคมไทย
อยู่ในเพลง ในนิทาน ในหนังสือ ในภาพยนตร์
แต่คนไทยรู้ว่า ชาตินี้ยังไม่ใช่ ต้องสร้างบารมีกันอีกนาน
ดังนั้น
บางคนจึงขอไปสวรรค์ในชาติหน้าก่อน แล้วจะเกิดลงมาสร้างบารมีใหม่ เพราะ
รู้ว่านิพพานไปยาก ต้องสร้างบารมีกันเป็นอสงไขยชาติ
|
พวกเจ้าจงพากันเบื่อหน่ายภพชาติ
ทันทีที่ร่างกายของพวกเจ้า
มันถึงอายุขัยถึงวันตายเมื่อใด...จงรีบเร่งนำจิตของพวกเจ้า..ให้กลับคืนสู่
แดนทิพย์อมตะสุขสวรรค์นิรันดรทันที..ในชาตินี้เท่านั้นนะ..ลูกเอ้ย..."
|
เท่าที่อ่านเว็บของท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน กับหนังสือ ท่าน ช
ชั่ว หลอกแดกประชาชนไม่มีความรู้ลึกๆ อันใดเลย
ท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชนเอาสมเด็จองค์ปฐมของฤาษีลิงดำมาหากิน โดยไม่รู้จัก
ไม่เป็นศิษย์ แต่เห็นว่า “ขโมย” มาใช้ได้ง่าย
สะดวก
ท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน ก็เลยขโมยเอาดื้อๆ
ท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน ต้องการสร้างของใหม่ๆ เลยพยายาม “ตั้งศัพท์” ใหม่ๆ มาใช้
เพื่อหลอกควายๆ ทั้งหลาย
ก็มีควายหลงเชื่อกันไปเป็นฝูงเหมือนกัน
ท่าน
ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน ซึ่งเป็นหัวหน้าควาย และฝูงควายทั้งหลายนี้
ตายแล้วไปอบายภูมิอย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัย
ขอให้ดูศัพท์นี้
“แดนทิพย์อมตะสุขสวรรค์นิรันดร” ในพระไตรปิฎก
ในคัมภีร์ทางพุทธทั้งหลายมีศัพท์นี้ใช้หรือไม่
และจำเป็นจะต้องเอาศัพท์นี้มาใช้หรือไม่......
ควายจริงๆ
ท่าน ช ชั่ว หลอกแดกประชาชน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น